kVA กับ kW ต่างกันยังไง? แล้วเกี่ยวอะไรกับ เครื่องปั่นไฟ ?

คุณเคยเห็น เครื่องปั่นไฟ ที่เขียนว่า 100 kVA แล้วสงสัยไหมครับว่า มันหมายถึงอะไร? แล้วทำไมบางทีถึงมีคนพูดถึงค่า kW ด้วย? หลายคนเวลาเลือกซื้อหรือใช้งานเครื่องปั่นไฟ มักจะเจอคำเหล่านี้จนงงว่าอะไรคือสิ่งที่เราควรสนใจมากกว่า บางคนก็ได้ยินมาว่า “kW คือกำลังไฟจริง ส่วน kVA คือกำลังไฟรวม” ฟังดูคล้าย ๆ กันใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้วมันต่างกันพอสมควร และมีผลต่อการเลือกขนาด เครื่องปั่นไฟ อย่างมากเลยทีเดียว

ในบทความนี้จะพาไปคลายข้อสงสัยแบบง่ายๆ เป็นกันเอง อ่านจบแล้วรับรองว่าคุณจะเข้าใจความหมายของทั้งสองคำนี้ และสามารถเลือก เครื่องปั่นไฟ ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องงงอีกต่อไปอย่างแน่นอนครับ!

ทำความเข้าใจพื้นฐาน kVA และ kW คืออะไร?

kVA (กิโลโวลต์แอมแปร์) คืออะไร?

kVA ย่อมาจาก “kilovolt-ampere” เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าโดยรวม (Apparent Power) ซึ่งรวมทั้งกำลังไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริงและกำลังไฟฟ้าที่สูญเปล่าในระบบ เช่น พลังที่เกิดจากการเหนี่ยวนำในมอเตอร์ หรือคาปาซิเตอร์

พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ kVA ก็เหมือนกับขนาดของถังน้ำครับ ว่าเราสามารถใส่น้ำได้มากสุดเท่าไหร่ แต่ยังไม่รู้ว่าน้ำที่เติมเข้าไปจะได้ใช้จริงแค่ไหน เช่น ถ้ามีรั่วตรงไหน น้ำอาจจะไหลออกบางส่วน หรือไม่ได้เอาไปใช้ทั้งหมด เปรียบเทียบแบบนี้จะเห็นชัดเลยว่า kVA คือขนาดของ “ไฟฟ้าที่ไหลเข้าไปในระบบ” ทั้งหมด โดยยังไม่คิดว่าเราใช้มันได้คุ้มแค่ไหนครับ

kW (กิโลวัตต์) คืออะไร?

kW ย่อมาจาก “kilowatt” เป็นหน่วยวัดกำลังไฟฟ้าที่ใช้งานได้จริง (Real Power) หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ พลังงานที่เราใช้งานจริงในชีวิตประจำวันครับ เช่น เวลาเปิดแอร์ เปิดทีวี หรือเปิดหลอดไฟ ไฟที่ทำให้อุปกรณ์ทำงานได้จริง ๆ นั่นแหละคือ kW คิดซะว่าเป็น “ไฟที่เราจ่ายตังค์ใช้จริง” ต่างจาก kVA ที่ยังรวมส่วนที่เราไม่ได้ใช้ประโยชน์เข้ามาด้วย

 

ความสัมพันธ์ของ kVA กับ kW

Power Factor (PF) คือกุญแจสำคัญ

ความสัมพันธ์ระหว่าง kW และ kVA ถูกกำหนดโดยค่า Power Factor (PF) ซึ่งเป็นตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 1 คิดง่าย ๆ ก็คือ PF เปรียบเสมือนความคุ้มค่าในการใช้ไฟฟ้าของระบบ ถ้าเปรียบ kVA เป็นถังน้ำ และ kW เป็นปริมาณน้ำที่ใช้ได้จริง PF ก็เหมือนกับสัดส่วนของน้ำที่ไม่รั่ว ไม่หก ใช้ได้เต็ม ๆ นั่นเองครับ ยิ่ง PF สูง แปลว่าระบบไฟฟ้าของเรายิ่งมีประสิทธิภาพ ใช้ไฟได้คุ้มทุกหยดเลยทีเดียว

สูตรพื้นฐานคือ:

kW = kVA × PF

เช่น ถ้าเครื่องปั่นไฟมีขนาด 100 kVA และ PF = 0.8

kW = 100 × 0.8 = 80 kW

นั่นแปลว่า เครื่องนี้สามารถจ่ายพลังงานจริงได้ 80 กิโลวัตต์เท่านั้น ที่เหลือคือพลังงานที่เสียไปจากระบบ (เช่น ความร้อน การเหนี่ยวนำ ฯลฯ)

Power Factor มีผลอย่างไร?

  • ค่า PF ปกติใน เครื่องปั่นไฟ จะอยู่ที่ประมาณ 0.8 ครับ ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ กำลังดี
  • ถ้าค่า PF ต่ำ แปลว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบกินไฟแบบเสียเปล่าเยอะ หรือพูดง่าย ๆ ว่าเติมไฟเข้าไปเยอะ แต่ใช้จริงได้นิดเดียว เสียดายของ!
  • ถ้าค่า PF สูง นี่คือดีมากครับ เพราะไฟที่เข้าไปเกือบทั้งหมดกลายเป็นพลังงานที่ใช้ได้จริง ระบบทำงานคุ้มค่า ไม่เปลืองไฟฟรี ๆ

สรุปง่าย ๆ ว่า ใครอยากได้ เครื่องปั่นไฟ ที่คุ้มไฟ ไม่เสียพลังงานฟรี ก็ดูค่า PF ให้สูงเข้าไว้ จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ เครื่องปั่นไฟ ?

เวลาเลือก เครื่องปั่นไฟ ต้องรู้ทั้ง kVA และ kW

หลายคนเข้าใจผิดว่า เครื่องปั่นไฟ 100 kVA จะสามารถจ่ายไฟได้ถึง 100 kW แบบตรง ๆ เลย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ! เพราะว่าในระบบไฟฟ้าเราต้องคำนึงถึงค่าที่เรียกว่า Power Factor หรือค่า PF ด้วย ถ้าค่า PF = 0.8 (ซึ่งเป็นค่าทั่วไปของ เครื่องปั่นไฟบ้านเรา) เครื่อง 100 kVA จะจ่ายไฟได้จริงแค่ประมาณ 80 kW เท่านั้นเองครับ

พูดง่าย ๆ ก็คือ เครื่องมันมีกำลังรวมอยู่ 100 แต่เอาไปใช้งานจริงได้ประมาณ 80 เท่านั้น ที่เหลือ 20 kW จะเป็นพลังงานที่สูญเสียไปกับความร้อนหรือการเหนี่ยวนำต่าง ๆ ในระบบนั่นเอง ดังนั้นเวลาจะเลือกเครื่องก็ต้องดูให้ครบทั้ง kVA และค่า PF ด้วยนะครับ ไม่งั้นจะเจอปัญหาไฟไม่พอให้ใช้งานได้

ตัวอย่าง

คุณต้องการใช้ เครื่องปั่นไฟ กับโหลดรวม 70 kW (เปิดแอร์ ปั๊มน้ำ ตู้เย็น ฯลฯ)

ถ้า PF = 0.8 คุณต้องใช้เครื่องขนาด:

kVA = 70 ÷ 0.8 = 87.5 kVA

แปลว่า เครื่องปั่นไฟ ขนาด 90–100 kVA จึงเหมาะกับโหลด 70 kW

ถ้าเลือกไม่ถูก?

  • เลือกเครื่องเล็กไป: เครื่องรับโหลดไม่ไหว, ไฟตก, เครื่องร้อน, เครื่องพัง
  • เลือกเครื่องใหญ่เกิน: เปลืองน้ำมัน, เสียงดัง, ใช้ทุนเกินจำเป็น

เครื่องปั่นไฟ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ เครื่องปั่นไฟ

1. ประเมินโหลดไฟฟ้าให้ชัดเจน

เริ่มต้นง่าย ๆ เลยครับ หยิบกระดาษมาหนึ่งใบ แล้วลองนึกดูว่าเรามีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้างที่ต้องการใช้งานพร้อมกัน เช่น แอร์ 1 ตัว ทีวี 2 เครื่อง ตู้เย็น ปั๊มน้ำ ไฟส่องสว่าง ฯลฯ จากนั้นจดชื่อและกำลังไฟฟ้า (Watt) ของแต่ละเครื่องลงไป แล้วรวมทั้งหมดให้ได้ค่ารวมที่ชัดเจน เพราะนี่แหละครับคือตัวเลขสำคัญที่จะเอาไปใช้ในการเลือกขนาด เครื่องปั่นไฟ ที่เหมาะสมกับบ้านหรือสถานที่ของคุณได้อย่างพอดี ไม่ขาดไม่เกิน

2. เผื่อโหลดไว้สัก 10–20%

เพราะโหลดไฟฟ้าบางชนิด เช่น ปั๊มน้ำ มอเตอร์ หรือแอร์ พอเริ่มทำงานปุ๊บ จะกินไฟกระชากมากกว่าปกติในช่วงแรก หรือที่เราเรียกว่า Starting Load นั่นเองครับ ซึ่งบางทีพอ เครื่องปั่นไฟ รับไม่ไหว ไฟก็ตกหรือดับกลางคันได้เลย เพราะฉะนั้นอย่าคำนวณแค่ไฟใช้งานอย่างเดียว ต้องเผื่อโหลดตอนสตาร์ตเครื่องไว้ด้วยสัก 10–20% เพื่อความชัวร์

3. ตรวจสอบค่า PF ของเครื่อง

ลองหยิบสเปคเครื่องขึ้นมาดูครับว่าค่า PF (Power Factor) อยู่ที่เท่าไหร่ จากนั้นก็คำนวณง่าย ๆ โดยเอาค่าโหลดที่เราใช้จริง (kW) หารด้วย PF เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรเลือก เครื่องปั่นไฟ ขนาดกี่ kVA ถึงจะเพียงพอ ใช้ง่ายไม่ซับซ้อนครับ แค่เข้าใจหลักการนี้ก็เลือกเครื่องได้เป๊ะเลย!

H2: ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ kVA และ kW

คิดว่า kVA กับ kW คือค่าเดียวกัน

หลายคนเข้าใจผิดว่าค่า kVA กับ kW คืออย่างเดียวกัน เลยเลือก เครื่องปั่นไฟ แค่ดูตัวเลขใหญ่ ๆ อย่างเดียว พอเอาไปใช้จริงกลับเจอปัญหาไฟไม่พอ เครื่องทำงานหนักเกินไป บางทีก็เสียกลางคัน เสียเงินซ่อมเพิ่มโดยไม่จำเป็น แบบนี้น่าเสียดายใช่ไหมครับ? เพราะฉะนั้นเข้าใจความต่างไว้ จะช่วยให้เราเลือกเครื่องได้เหมาะพอดี ใช้งานได้คุ้มและปลอดภัยมากขึ้นแน่นอนครับ

ลืมคิด Power Factor

หลายคนมักลืมไปว่าเวลาใช้งานจริง เราต้องเอาค่า PF หรือ Power Factor มาร่วมคำนวณด้วยเสมอ ไม่อย่างนั้น เครื่องปั่นไฟ ที่ดูเหมือนจะเพียงพอในกระดาษ อาจจะรับโหลดจริงไม่ไหว พอใช้ไปสักพักก็เจอปัญหาไฟตก ไฟไม่พอ แบบนี้ไม่สนุกแน่นอนครับ!

ใช้แต่ข้อมูลจากพ่อค้า

บางร้านอาจจะเขียนแค่ตัวเลข kVA ตัวโต ๆ ไว้ในสเปคสินค้า โดยไม่ได้บอกค่าที่สำคัญอย่าง Power Factor (PF) มาด้วย ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเครื่องนั้นให้กำลังไฟได้เต็มตามตัวเลข ซึ่งความจริงอาจไม่ใช่เลยก็ได้ครับ เพราะถ้าไม่รู้ค่า PF เราจะไม่รู้เลยว่าใช้พลังงานได้จริงเท่าไหร่ ดังนั้น ถ้าเจอแบบนี้แนะนำให้สอบถามข้อมูลจากทางร้านเพิ่มเติมให้ครบก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้เครื่องที่ตอบโจทย์จริง ๆ และใช้งานได้อย่างไม่ผิดหวังครับ

เครื่องปั่นไฟ

สรุป

kVA และ kW ไม่ใช่ค่าเดียวกัน การเลือก เครื่องปั่นไฟ ให้เหมาะสมต้องเข้าใจความแตกต่างนี้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะค่า Power Factor ที่เป็นตัวแปลงระหว่างสองหน่วยนี้

หากเลือกเครื่องโดยดูแค่ตัวเลข kVA อย่างเดียว อาจทำให้ได้เครื่องที่พลังงานไม่เพียงพอหรือเกินจำเป็น ทำให้เกิดปัญหาตามมาในระยะยาวได้

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้นว่า kVA กับ kW ต่างกันยังไง และจะเลือก เครื่องปั่นไฟ ยังไงให้ตรงจุด ประหยัด และปลอดภัยครับ!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *