
ลองนึกภาพว่ากำลังใช้ เครื่องพ่นสี พ่นประตูรั้วหน้าบ้าน ช่วงแรกเรียบดี พอผ่านไปครึ่งบาน สีเริ่มไหลย้อยเป็นทางตรงขอบล่าง อีกฝั่งกลับขรุขระเป็นเม็ดเหมือนผิวส้ม สักพัก เครื่องพ่นสี ก็พ่นสะดุดเป็นจังหวะ แล้วหยุดพ่นไปเฉย ๆ ทั้งที่สียังเหลือเกือบครึ่งถัง
ความจริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่ของการพ่นสีไม่ได้มาจากเครื่องพัง แต่มาจากสามเรื่องที่เราสามารถปรับได้เอง คือ ความข้นของสี ระยะกับความเร็วในการพ่น และความสะอาดของไส้กรองกับหัวพ่น
เพราะงั้น เรามาดูอาการผิดปกติของเครื่องพ่นสี ที่พบได้บ่อย ตั้งแต่ สีพ่นไม่ออก สีออกเป็นเม็ด พ่นแล้วเป็นเส้น ไปจนถึงแรงดันตกหรือเครื่องทำงานสะดุด แต่ละอาการเกิดจากสาเหตุอะไร ตรวจเช็กและแก้ไขตรงไหนก่อน รวมถึงวิธีดูแลรักษาเพื่อป้องกันปัญหาเดิมกลับมาอีก และสัญญาณอันตรายแบบไหนที่ควรหยุดใช้งานทันที แล้วส่งช่างซ่อม แทนที่จะฝืนใช้จนเครื่องเสียหายหนักกว่าเดิม
ทำไม เครื่องพ่นสี ถึงพ่นได้สวยหรือพังได้จากเรื่องเล็ก ๆ?
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบพกพา HVLP หรือแอร์เลส ผิวสีที่ได้มาจากสามอย่างทำงานพร้อมกัน คือสีที่ข้นพอดีกับเครื่อง หัวพ่นที่ทำให้สีแตกเป็นละอองสม่ำเสมอ และมือของคนพ่นที่คุมระยะกับความเร็วให้คงที่ ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งเพี้ยน สีจะมากเกินในบางจุด น้อยเกินในบางจุด หรือแตกตัวไม่ดีจนเป็นเม็ด
เครื่องพ่นสี จะพ่นได้เรียบ เมื่อปริมาณสีที่ตกลงบนผิวงานสม่ำเสมอทุกจุด อาการด้านล่างทุกอาการคือสัญญาณว่าความสม่ำเสมอนั้นเสียไปตรงไหน
สีเยิ้ม ไหลย้อย เพราะ เครื่องพ่นสี ปล่อยสีลงจุดเดิมมากเกินไป
สีเยิ้มเกิดเมื่อชั้นสีหนาเกินกว่าที่ผิวงานจะยึดไว้ได้ แรงโน้มถ่วงจึงดึงสีให้ไหลลง ต้นเหตุที่พบบ่อยคือพ่นใกล้เกินไป เดินมือช้าเกินไป หยุดมือค้างที่ขอบชิ้นงาน หรือพ่นซ้อนแนวมากเกินไป ส่วนอีกสาเหตุคือผสมสีใสเกินคำแนะนำ
รักษาระยะพ่นให้คงที่ตามที่คู่มือแนะนำ เดินมือด้วยความเร็วสม่ำเสมอ เริ่มกดไกก่อนถึงชิ้นงานและปล่อยไกหลังพ้นชิ้นงาน ให้แนวพ่นแต่ละแนวซ้อนกันประมาณครึ่งหนึ่ง
ใช้ เครื่องพ่นสี พ่นบาง ๆ หลายชั้น ดีกว่าพ่นหนาชั้นเดียว

สีย้อยไปแล้ว แก้ยังไง?
ถ้าสียังเปียกและย้อยไม่มาก ใช้แปรงขนนุ่มเกลี่ยเบา ๆ ได้ แต่ถ้าเริ่มแห้งตัวแล้ว อย่าแตะ ปล่อยให้แห้งสนิทตามเวลาที่ผู้ผลิตสีกำหนด แล้วขัดกระดาษทรายเฉพาะจุดให้เรียบก่อนพ่นทับบาง ๆ อีกชั้น
ใช้ เครื่องพ่นสี พ่นมุม และขอบงาน ให้เปลี่ยนวิธีเดินมือ
มุมด้านในของตู้ ขอบประตู และรอยต่อของเหล็กรั้ว เป็นจุดที่สีเยิ้มบ่อยที่สุด เพราะละอองจากสองด้านมาซ้อนกันที่จุดเดียว หลักคือพ่นมุมและขอบก่อนด้วยแนวพ่นสั้น ๆ บาง ๆ แล้วค่อยพ่นพื้นที่เรียบตามปกติ และอย่าเล็งหัวพ่นตรงเข้ามุมค้างไว้นาน
ผิวขรุขระเป็นเม็ด แปลว่า เครื่องพ่นสี ทำให้สีแตกตัว ไม่ดี
อาการผิวเป็นเม็ด หรือผิวส้มเกิดจากละอองสีที่ใหญ่เกินไป หรือละอองที่แห้งก่อนถึงผิวงาน ต้นเหตุที่พบบ่อย คือสีข้นเกินไปสำหรับเครื่องพ่นสีเครื่องนั้น พ่นไกลเกินไป หรือแรงดัน และปริมาณลมไม่พอ
ให้วัดความข้นของสี เทียบกับค่าที่คู่มือแนะนำ ถ้าข้นไปให้ผสมตัวทำละลายตามที่ผู้ผลิตสีกำหนดทีละน้อย ขยับเครื่องพ่นสีเข้าใกล้ชิ้นงาน ให้อยู่ในระยะที่คู่มือแนะนำ ถ้าเป็นเครื่องที่ปรับแรงดันหรือปริมาณสีได้ ให้ลองพ่นบนแผ่นทดสอบก่อนพ่นชิ้นงานจริงทุกครั้ง
พ่นกลางแดด หรือกลางลม ทำให้ผิวเป็นเม็ด ได้เหมือนกัน
ถ้าอากาศร้อนจัดหรือลมแรง ละอองสีจะแห้งกลางอากาศก่อนเกาะผิวงาน ผิวที่ได้จะหยาบเหมือนทรายละเอียด ให้พ่นในที่ร่ม ช่วงที่แดดอ่อน และหลบลมแรง ทั้งเพื่อผิวงานที่ดีขึ้นและเพื่อไม่ให้ละอองปลิวไปเปื้อนรถหรือบ้านข้าง ๆ
เครื่องพ่นสี แอร์เลส พ่นแล้ว “ขอบหนา กลางบาง” หรือ “หน้าพ่นแคบลง”
อาการนี้เห็นชัดในเครื่องพ่นสี แอร์เลส แนวพ่นจะมีขอบบน และขอบล่างเป็นเส้นหนา แต่ตรงกลางบาง ต้นเหตุหลักมีสองอย่าง คือแรงดันต่ำเกินไปสำหรับความข้นของสี และหัวพ่นที่สึกจนรูกว้างขึ้น หน้าพ่นจึงแคบลงและสีแตกตัวไม่ทั่ว
วิธีแก้คือเพิ่มแรงดันทีละน้อยจนเส้นขอบหายไป แต่อย่าตั้งสูงเกินจำเป็น เพราะละอองจะฟุ้งและหัวพ่นสึกเร็วขึ้น ถ้าเพิ่มแรงดันแล้วยังไม่หาย และหัวพ่นใช้มานาน ให้เปลี่ยนหัวใหม่ตามขนาดที่ผู้ผลิตแนะนำสำหรับสีชนิดนั้น
หัวพ่นอุดตัน พ่นสะดุด คือปัญหาที่ เครื่องพ่นสี เจอบ่อยที่สุด
หัวพ่นอุดตันมักเกิดจากเศษสีแห้ง ฝุ่น หรือก้อนสีในถังที่หลุดเข้าไปในระบบ โดยเฉพาะสีที่เปิดใช้มาแล้วหลายครั้ง หรือเครื่องที่ล้างไม่สะอาดหลังใช้ครั้งก่อน อาการคือพ่นเป็นจังหวะ สีพุ่งเป็นเส้น หรือหยุดพ่นทั้งที่เครื่องยังทำงาน
วิธีแก้คือกรองสีก่อนเทลงถังทุกครั้ง ล้างไส้กรองที่ปากดูดและไส้กรองในตัวเครื่องให้สะอาด สำหรับเครื่องแอร์เลสที่ใช้หัวพ่นแบบกลับด้านได้ ให้ทำตามขั้นตอนในคู่มือเพื่อเป่าสิ่งอุดตันออก โดยล็อกไกและหันหัวพ่นออกจากตัวทุกครั้ง ห้ามใช้นิ้วหรือมือเช็ดหน้าหัวพ่นขณะเครื่องมีแรงดัน
ล้างทันทีหลังเลิกงาน ป้องกันหัวอุดได้ดีที่สุด
สีที่แห้งค้างในสายและหัวพ่นข้ามคืนจะกลายเป็นเศษแข็งที่หลุดออกมาอุดหัวในครั้งต่อไป ให้ล้างระบบด้วยน้ำหรือตัวทำละลายที่ตรงกับชนิดสีจนสิ่งที่ออกมาใส ถอดหัวพ่นและไส้กรองออกมาล้างแยก แล้วเก็บเครื่องตามวิธีที่คู่มือแนะนำ
เครื่องพ่นสี ดูดสีไม่ขึ้น หรือแรงตกกลางงาน เช็กสามจุดนี้ก่อน
ถ้ามอเตอร์ของ เครื่องพ่นสี ยังทำงานแต่สีไม่ออก หรือออกน้อยลงเรื่อย ๆ ให้เช็กตามลำดับนี้ จุดแรกคือท่อดูดสีที่อาจหลวม มีรอยร้าว หรือปลายท่อพ้นผิวสีจนดูดอากาศเข้าไป จุดที่สองคือไส้กรองที่ปากดูดหรือในตัวเครื่องที่อุดตัน จุดที่สามคือขั้นตอนไล่อากาศก่อนเริ่มพ่น ซึ่งเครื่องแอร์เลสต้องทำทุกครั้งที่เปลี่ยนถังหรือเริ่มงานใหม่
สำหรับ เครื่องพ่นสี พกพาหรือเครื่องแบบ HVLP ที่ใช้ถ้วยสี ให้เช็กรูระบายอากาศที่ฝาถ้วยด้วย ถ้ารูนี้ตัน สีจะไหลไม่สม่ำเสมอจนพ่นเป็นจังหวะ

ละอองฟุ้งเยอะผิดปกติ เพราะตั้ง เครื่องพ่นสี แรงเกินงาน
ละอองที่ฟุ้งออกนอกชิ้นงานมากผิดปกติมักมาจากแรงดันที่ตั้งสูงเกิน พ่นไกลเกินไป หรือใช้หัวพ่นที่ใหญ่เกินกับงาน นอกจากเปลืองสีแล้ว ละอองยังลอยไปเกาะของรอบข้าง และเข้าปอดคนพ่นได้ง่าย
วิธีแก้คือลดแรงดันลงจนถึงจุดที่สีแตกตัวเรียบพอดี รักษาระยะพ่นตามคู่มือ และปิดคลุมพื้นที่รอบข้าง คนพ่นต้องใส่แว่นตาและหน้ากากที่เหมาะกับชนิดสี ถ้าเป็นสีที่มีตัวทำละลาย ต้องใช้หน้ากากกรองไอระเหย หน้ากากกันฝุ่นธรรมดาไม่พอ และพ่นในที่อากาศถ่ายเท ห่างจากเปลวไฟและประกายไฟ
สีลอก ร่อน หรือเป็นรูเข็มหลังแห้ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ เครื่องพ่นสี แต่อยู่ที่ผิวงาน
บางครั้งพ่นออกมาเรียบสวยดี แต่ผ่านไปไม่กี่วันสีเริ่มร่อนเป็นแผ่น พองเป็นจุด หรือมีรูเล็ก ๆ คล้ายเข็มจิ้มทั่วผิว อาการกลุ่มนี้มักไม่ใช่ความผิดของ เครื่องพ่นสี แต่มาจากการเตรียมผิวงานก่อนพ่น เช่น ผิวมีคราบมัน ฝุ่น หรือสนิมค้าง ผิวยังชื้น หรือไม่ได้ลงสีรองพื้นที่เข้ากับวัสดุ
วิธีแก้คือล้างคราบมันและฝุ่นออกให้หมด ขัดสนิมและสีเก่าที่ร่อนออก รอให้ผิวแห้งสนิท แล้วลงสีรองพื้นที่ผู้ผลิตสีแนะนำสำหรับวัสดุนั้น ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ไม้ หรือปูน การเตรียมผิวใช้เวลามากกว่าการพ่นจริงเสมอ แต่เป็นขั้นที่ตัดสินว่าสีจะอยู่ได้นานแค่ไหน
พ่นทับเร็วเกินไป ทำให้ผิวพองและแห้งช้า
ถ้าพ่นชั้นใหม่ทับขณะชั้นล่างยังไม่แห้งพอ ตัวทำละลายจากชั้นล่างจะระเหยออกไม่ได้ ผิวจึงพอง ย่น หรือแห้งช้าผิดปกติ ให้รอระยะเวลาระหว่างชั้นตามที่ผู้ผลิตสีกำหนด และเผื่อเวลาเพิ่มในวันที่อากาศชื้น
อาการที่ไม่ควรฝืนใช้ เครื่องพ่นสี ต่อ ต้องหยุดแล้วส่งซ่อม
บางอาการแก้เองไม่ได้ และถ้าฝืนใช้จะเสี่ยงอันตราย ถ้าสายแรงดันสูงบวม ปริ หรือรั่วที่ข้อต่อ ให้หยุดทันที อย่าพันเทปแล้วใช้ต่อ เพราะสีที่พุ่งจากจุดรั่วด้วยแรงดันสูงทะลุผิวหนังได้ ถ้าโดนสีฉีดเข้าผิวหนัง แม้แผลจะดูเล็ก ต้องไปโรงพยาบาลทันทีและแจ้งแพทย์ว่าเป็นแผลจากเครื่องพ่นแรงดันสูง
ถ้ามอเตอร์ เครื่องพ่นสี มีกลิ่นไหม้ ร้อนจัด ตัดเองบ่อย หรือมีเสียงผิดปกติ ให้ถอดปลั๊ก แล้วส่งศูนย์บริการ ส่วนสายไฟหรือปลั๊กที่ชำรุด ต้องให้ช่างไฟเปลี่ยนก่อนใช้งาน

สรุป: เครื่องพ่นสี จะพ่นเรียบ เมื่อสีตกลงบนผิวงานสม่ำเสมอทุกจุด
ปัญหาของ เครื่องพ่นสี ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากเครื่องพัง แต่มาจากความสม่ำเสมอที่เสียไป สีเยิ้มเพราะสีลงจุดเดิมมากเกิน ผิวเป็นเม็ดเพราะสีแตกตัวไม่ดี ขอบหนากลางบางเพราะแรงดันไม่พอหรือหัวพ่นสึก และหัวอุดตันเพราะเศษสีหลุดเข้าระบบ ทุกอาการบอกได้ว่าต้องแก้ที่สี ที่มือ หรือที่เครื่อง
สิ่งที่ต้องทำคือ วัดความข้นของสีเทียบกับคู่มือ กรองสีก่อนเทลงถัง พ่นบนแผ่นทดสอบก่อนทุกครั้ง รักษาระยะและความเร็วให้คงที่ ซ้อนแนวประมาณครึ่งหนึ่ง พ่นบาง ๆ หลายชั้น หลบแดดและลมแรง ตั้งแรงดันให้พอดีกับสี เปลี่ยนหัวพ่นเมื่อสึก และล้างระบบทันทีหลังเลิกงาน
ข้อควรระวังสำคัญที่สุดคือแรงดันของเครื่องแอร์เลส ห้ามหันหัวพ่นเข้าหาคน ล็อกไกทุกครั้งที่หยุด ปล่อยแรงดันก่อนถอดหรือล้างชิ้นส่วน ห้ามถอดตัวกันหัวพ่น และถ้าสายบวม หรือรั่ว หรือมอเตอร์ เครื่องพ่นสี มีกลิ่นไหม้ ให้หยุดแล้วส่งซ่อม ถ้าโดนสีฉีดเข้าผิวหนัง ต้องไปโรงพยาบาล
