เครื่องเป่าลมร้อน ดับเองกลางงาน เปิดไม่ติด เสีย หรือแค่ร้อนเกิน?

เครื่องเป่าลมร้อน

เคยไหม? เปิด เครื่องเป่าลมร้อน ที่ระดับสูงสุดมาได้ราวสิบนาที งานกำลังเดินดี อยู่ ๆ ลมร้อนก็กลายเป็นลมเย็น หรือบางเครื่องก็เงียบไปทั้งตัว กดสวิตช์ซ้ำกี่ครั้งก็ไม่ติด ทั้งที่ปลั๊กยังเสียบอยู่และไฟบ้านก็ไม่ได้ดับ

ความคิดแรกของหลาย ๆ คน อาจเป็น ขดลวดขาด แล้วหรือเปล่า ต้องซื้อเครื่องใหม่เลยไหม? คำตอบสั้น ๆ คือ ส่วนใหญ่ยังไม่เสีย ส่วนมากเครื่องเป่าลมร้อน ที่ดับกลางงานแล้ว จะกลับมาใช้ได้เองหลังพักสักครู่ ซึ่งหมายถึง ระบบตัดความร้อนเพิ่งทำงาน เป็นเรื่องที่เครื่องออกแบบมาให้ทำ แต่ถ้าเกิดซ้ำบ่อย แปลว่าวิธีใช้ของเรามีบางอย่าง อาจทำให้ความร้อนระบายออกไม่ทัน

เพราะงั้นเราจึงต้องมา ไล่ดูทีละสาเหตุว่าอะไรทำให้เครื่องเป่าลมร้อนร้อนสะสมจนตัดตัวเอง แก้ที่หน้างานยังไง และอาการแบบไหน ที่ไม่ใช่การตัดเพื่อป้องกันแล้ว เป็นสัญญาณว่าควรหยุดใช้ และส่งซ่อม

ทำไม เครื่องเป่าลมร้อน ถึงดับเองได้?

ความร้อนทั้งหมดของเครื่องเป่าลมร้อน มาจากขดลวดในกระบอก สิ่งเดียวที่กันไม่ให้ขดลวดร้อนจนตัวเครื่องเสียหาย คือลมจากพัดลมที่ไหลผ่านตลอดเวลา ลมเส้นนี้ทำสองหน้าที่พร้อมกัน คือพาความร้อนออกไปหาชิ้นงาน และระบายความร้อนให้ขดลวด เทียบได้กับหม้อน้ำรถยนต์ ถ้าน้ำไม่ไหลเวียน เครื่องยนต์ก็ร้อนจัดทั้งที่ไม่ได้เร่งแรงขึ้นเลย

ผู้ผลิตเครื่องเป่าลมร้อนใส่ตัวตัดความร้อน (Thermal Cut-off) ไว้ใกล้ขดลวด เมื่ออุณหภูมิภายในสูงเกินระดับที่กำหนด ตัวนี้จะตัดไฟที่เข้าขดลวด บางเครื่องพัดลมยังหมุนเป่าลมเย็นต่อ บางเครื่องดับทั้งตัว และจะต่อกลับเอง เมื่อข้างในเย็นลง

เครื่องเป่าลมร้อนจะไม่ตัดตัวเอง ตราบใดที่ลมยังไหลเข้า และไหลออกได้สะดวก ทุกสาเหตุ ถ้ามองให้ดีจะเป็นเรื่องเดียวกัน คือมีอะไรบางอย่างไปขวางทางลม

ช่องลมเข้าท้าย เครื่องเป่าลมร้อน ที่ถูกบัง หรืออุดด้วยฝุ่น คือสาเหตุที่เจอบ่อยที่สุด

งานที่ใช้เครื่องเป่าลมร้อนมักเป็นงานฝุ่นเยอะอยู่แล้ว ทั้งขี้เลื่อย ผงสีที่ขูดออก และเศษฟิล์ม ฝุ่นเหล่านี้ถูกดูดไปเกาะตะแกรงทีละน้อย จนลมเข้าได้ไม่ถึงครึ่ง ของตอนเครื่องใหม่

มือและผ้าที่บังช่องลมโดยไม่รู้ตัว

อีกอย่าง ที่เกิดได้บ่อยคือการจับเครื่องเป่าลมร้อนสองมือเพื่อให้นิ่ง แล้วฝ่ามือข้างหนึ่งไปปิดตะแกรงพอดี หรือวางเครื่องพักบนกองผ้า และกองเศษวัสดุขณะที่ยังเปิดอยู่ ลมเข้าไม่ได้ ขดลวดก็ร้อนสะสมภายในไม่กี่วินาที

วิธีแก้ ที่ทำได้ทันที

ถอดปลั๊ก หรือถอดแบตเตอรี่ รอให้เครื่องเย็น แล้วใช้แปรงขนอ่อนปัดตะแกรงจากด้านนอก ถ้ามีลมอัดให้เป่าเบา ๆ จากด้านปากย้อนออกทางท้าย อย่าแกะฝาเครื่องออกมาล้างเอง และอย่าใช้ของแหลมแยงเข้าไปในตะแกรง เพราะใบพัดลม และขดลวดอยู่ถัดไปไม่ไกล

จ่อ เครื่องเป่าลมร้อน ชิดชิ้นงานเกินไป ลมตีกลับเข้าหาขดลวด

เมื่ออยากให้งานเสร็จเร็ว เรามักขยับปากกระบอกเครื่องเป่าลมร้อน เข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบแตะผิวงาน ลมร้อนที่พุ่งออกไปชนผิวงาน แล้วไม่มีทางไป จะม้วนกลับมาอัดอยู่หน้าปากกระบอก ลมใหม่จากพัดลมดันออกไม่ได้เต็มที่ ความร้อนจึงค้างอยู่ในกระบอก แทนที่จะออกไปที่งาน

อาการจะหนักขึ้นเมื่อใส่หัวเป่าลมร้อนแบบลดขนาด เพราะปากทางออกเล็กลงอยู่แล้ว และหนักสุดเมื่อเป่าเข้าไปในซอก มุมอับ หรือในท่อที่ปลายอีกด้านปิด

ควรเว้นระยะให้ลมมีทางไหลออกด้านข้างเสมอ ถ้าต้องการความร้อนมากขึ้น ให้เพิ่มระดับที่ตัวเครื่องหรือเดินมือให้ช้าลง ไม่ใช่ขยับเข้าไปชิด วิธีสังเกตง่าย ๆ คือ ถ้าเสียงลมเปลี่ยนเป็นเสียงอู้อี้เหมือนมีอะไรอุด แปลว่าเข้าใกล้เกินไปแล้ว

ตั้ง เครื่องเป่าลมร้อน ที่ความร้อนสูงสุด คู่กับลมต่ำสุดนาน ๆ เท่ากับลดตัวระบายความร้อนของเครื่องเอง

เครื่องเป่าลมร้อนหลายรุ่นปรับระดับความร้อน และระดับลมแยกกันได้ บางคนอาจตั้งความร้อนสูงสุดแต่ลมเบาสุด เพราะลมเบาไม่พัดเศษสีหรือชิ้นงานเล็ก ๆ ปลิว ซึ่งใช้ได้กับงานสั้น ๆ แต่ถ้าเปิดค้างแบบนี้ต่อเนื่อง ขดลวดผลิตความร้อนเต็มที่ในขณะที่ลมที่พาความร้อนออกมีน้อยที่สุด อุณหภูมิภายในจึงไต่ขึ้นเร็วกว่าการตั้งค่าแบบอื่นทั้งหมด

ทางแก้คือ ใช้ค่าความร้อนสูงคู่ลมต่ำเฉพาะช่วงที่จำเป็น แล้วสลับกลับมาเพิ่มลมเป็นระยะ สำหรับงานที่ต้องเป่าต่อเนื่องนานอย่างการลอกสีทั้งบานประตู ให้แบ่งงานเป็นช่วงและพักเครื่องตามที่คู่มือระบุ 

เครื่องระดับงานบ้าน กับ เครื่องเป่าลมร้อน ระดับงานช่างรับงานต่อเนื่องได้ไม่เท่ากัน ถ้างานของเราเป็นงานเปิดค้างครึ่งวันทุกวัน เครื่องเล็กที่ตัดบ่อยไม่ได้เสีย แต่ถูกใช้เกินงานที่มันถูกออกแบบมา

เครื่องเป่าลมร้อน

ปิด เครื่องเป่าลมร้อน ทันทีแล้ววางนอน ความร้อน ที่ค้างจะย้อนเข้าตัวเครื่อง

ตอนที่เรากดปิด ขดลวดภายในเครื่องเป่าลมร้อน จะยังร้อนจัดอยู่ แต่พัดลมหยุดไปแล้ว ความร้อนที่เหลือจึงไม่มีลมพาออก ถ้าวางเครื่องนอนราบ ความร้อนจะลอยขึ้น และแผ่ย้อนเข้าหาด้ามจับ พัดลม และชิ้นส่วนพลาสติกข้างใน พอหยิบขึ้นมาเปิดใหม่ในอีกหนึ่งนาที ตัวตัดความร้อนซึ่งยังร้อนค้างอยู่ก็ตัดทันที เราจึงเข้าใจว่าเครื่องเปิดไม่ติด

วิธีป้องกัน

ก่อนปิดให้ลดความร้อนลงต่ำสุดหรือเปิดโหมดลมเย็น เป่าทิ้งไว้จนลมที่ออกมาอุ่นลงชัดเจน แล้วปิด จากนั้นวางเครื่องตั้งให้ปากชี้ขึ้นบนพื้นที่ไม่ติดไฟ ความร้อนที่เหลือจะลอยออกทางปากกระบอกเอง ใช้เวลาเพิ่มไม่ถึงนาที แต่ช่วยยืดอายุขดลวด และพัดลม ได้มากกว่าการดูแลแบบอื่น

ปลั๊กพ่วงที่ใช้กับ เครื่องเป่าลมร้อน ก็ทำให้เครื่องดับได้ แต่เป็นการดับคนละแบบ

ปืนเป่าลมร้อนแบบมีสายเป็นเครื่องมือที่กินไฟสูง เมื่อเทียบกับเครื่องมือช่างส่วนใหญ่ในบ้าน เมื่อเสียบผ่านปลั๊กพ่วงสายเล็ก สายยาว หรือม้วนเก็บอยู่ในล้อโดยไม่คลี่ออก สายพ่วงจะร้อนเอง และตัวตัดไฟของปลั๊กพ่วง หรือเบรกเกอร์ของบ้านจะตัดก่อน

จุดสังเกตคือ ถ้าเครื่องเป่าลมร้อน ดับพร้อมกับเครื่องใช้ไฟฟ้าตัวอื่นที่เสียบร่วมกัน หรือต้องไปกดปุ่มรีเซ็ตที่ปลั๊กพ่วงถึงจะกลับมาใช้ได้ ปัญหาอยู่ที่ระบบไฟ ไม่ใช่ที่ตัวเครื่อง

หลักคือ เสียบกับเต้ารับผนังโดยตรง ถ้าต้องใช้สายพ่วง ให้เลือกสายที่ระบุว่ารองรับกำลังไฟได้มากกว่าที่ฉลากของเครื่องระบุ คลี่สายออกให้สุด และไม่เสียบเครื่องมือกินไฟสูงตัวอื่นร่วมในรางเดียวกัน ถ้าปลั๊ก หรือเต้ารับอุ่นจนรู้สึกได้ มีรอยไหม้ หรือเบรกเกอร์ตัดซ้ำ ทั้งที่เปลี่ยนเต้ารับแล้ว ให้หยุด และเรียกช่างไฟมาตรวจวงจร

อาการของ เครื่องเป่าลมร้อน ตัดเพื่อป้องกัน หรือเสียจริง

อาการของการตัดเพื่อป้องกันมีรูปแบบชัดเจน คือเกิดหลังใช้งานต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง ตัวเครื่องร้อนกว่าปกติ พักแล้วกลับมาทำงานได้เหมือนเดิม และถ้าแก้เรื่องทางลมแล้ว อาการก็หายไป

อาการที่ชี้ว่าเสียจริงจะต่างออกไป เช่น เปิดตอนเครื่องเย็นสนิท แล้วมีแต่ลมเย็น ไม่ร้อนเลย ซึ่งมักเป็นขดลวด หรือตัวตัดความร้อน ที่เสียถาวร หรือได้ยินเสียงขดลวดทำงาน แต่ไม่มีลมออก แปลว่าพัดลมไม่หมุน กรณีหลังนี้อันตรายกว่า เพราะขดลวดร้อนโดยไม่มีอะไรระบาย ให้ปิด และถอดปลั๊กทันที

เครื่องเป่าลมร้อนไร้สายมีอีกหนึ่งกรณีที่ต้องแยก คือแบตเตอรี่ตัดการจ่ายไฟเองเมื่อแบตร้อน หรือไฟใกล้หมด ลองเปลี่ยนแบตก้อนที่เย็น และชาร์จเต็มก่อน ถ้ากลับมาทำงานได้ แสดงว่าตัวเครื่องไม่ได้มีปัญหา

สัญญาณว่าควรหยุดใช้ เครื่องเป่าลมร้อน ทันที และไม่ควรซ่อมเอง

บางอาการ ที่ไม่ควรรอดูต่อ ไม่ว่าเครื่องเป่าลมร้อน จะยังเป่าร้อน ได้หรือไม่ เช่น

  • มีประกายไฟ หรือแสงวาบมองเห็นได้จากปากกระบอกหรือช่องลม
  • มีควัน หรือกลิ่นไหม้ของพลาสติก ที่ไม่หายไปหลังใช้งานไม่กี่ครั้งแรก
  • ตัวเครื่อง ด้ามจับ หรือสายไฟช่วงโคนร้อนจนจับไม่ได้ หรือพลาสติกเริ่มบิดเสียรูป
  • เครื่องตัดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งที่ตะแกรงสะอาด และใช้ถูกวิธีแล้ว
  • สายไฟมีรอยแตก รอยไหม้ หรือขยับสายแล้วเครื่องติด ๆ ดับ ๆ

เจอข้อใดข้อหนึ่งให้ถอดปลั๊ก เลิกใช้ และส่งศูนย์บริการหรือช่างซ่อมเครื่องมือไฟฟ้า สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการต่อสายข้ามตัวตัดความร้อนเพื่อให้เครื่องไม่ดับ ชิ้นส่วนนี้คือสิ่งเดียวที่กั้นระหว่างเครื่องร้อนเกินกับไฟไหม้ 

เครื่องเป่าลมร้อน ที่ดัดแปลงให้ไม่ดับ จะไม่ดับอีกก็จริง แต่จะร้อนต่อไป จนถึงจุด ที่บางอย่างอาจไหม้ จนอันตราย หรือเสียแบบถาวร

เครื่องเป่าลมร้อน

สรุป: เครื่องเป่าลมร้อน จะไม่ดับกลางงาน ถ้าลมยังไหลเข้า และไหลออกได้สะดวก

การที่ เครื่องเป่าลมร้อน ดับเองกลางงานแล้วเปิดใหม่ไม่ติด ส่วนใหญ่ไม่ใช่อาการเสีย แต่เป็นตัวตัดความร้อนที่กำลังทำหน้าที่ เพราะลมที่ควรไหลผ่านขดลวดถูกขวางด้วยอะไรบางอย่าง 

สิ่งที่ควรทำจึงเรียงตามทางลมได้เลย คือเริ่มจากปัดตะแกรงลมเข้า ให้สะอาด และอย่าให้มือหรือผ้าไปบัง เว้นระยะหน้าปากกระบอกให้ลมมีทางออก ไม่ตั้งความร้อนสูงสุดคู่ลมต่ำสุดค้างไว้นาน เป่าลมเย็นไล่ความร้อนก่อนปิดแล้ววางเครื่องตั้ง เสียบไฟจากเต้ารับโดยตรง หรือใช้สายพ่วงที่รองรับกำลังไฟพอ และแยกให้ออกว่าที่ดับนั้นเป็นตัวเครื่อง แบตเตอรี่ หรือปลั๊กพ่วง

จุดสำคัญคือ อย่าพยายามเอาชนะระบบตัดความร้อน ถ้าเห็นประกายไฟ ได้กลิ่นไหม้ไม่หาย ตัวเครื่องร้อนจนเสียรูป หรือมีเสียงขดลวดทำงานโดยไม่มีลม ให้หยุดใช้และส่งซ่อม เครื่องที่ผ่านความร้อนจัด ๆ จนพลาสติกบิดแล้ว ไม่คุ้มที่จะฝืนใช้ต่อ เปลี่ยนใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียดาย

ถ้าเครื่องเดิมรับงานต่อเนื่องของเราไม่ไหวจริง ๆ ลองดู เครื่องเป่าลมร้อน ระดับงานช่าง แล้วเทียบกับลักษณะงานที่เคยทำ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *